ผู้เขียน: Rayban UfabetGroup

  • ลาปอร์ต้า ยัน บาร์ซา ไม่ดึงเมสซีกลับทีม

    แมตช์อำลามีแน่! ลาปอร์ต้า ยัน บาร์ซา ไม่ดึงเมสซีกลับทีมในฐานะนักเตะ

    โจน ลาปอร์ต้า ประธานสโมสร บาร์เซโลนา ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าทีมมีแผนจัดพิธีอำลาให้ ลิโอเนล เมสซี เมื่อเจ้าตัวประกาศแขวนสตั๊ด

    แนวรุกทีมชาติอาร์เจนตินา เป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ บาร์ซา พาทีมประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ทว่ามีเหตุสุดช็อคที่ทำให้เขาต้องอำลาทีมไปในซัมเมอร์ 2021 ชนิดที่ทั้งตัวเขาและแฟนบอลไม่ได้เตรียมใจรับมือ

    ซึ่งตามรายงาน เมสซี กับ ลาปอร์ต้า มีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดจากเหตุดังกล่าว ซึ่ง ลาปอร์ต้า ย้ำอยู่เสมอว่าไม่มีใครอยู่เหนือสโมสร

    ไม่กี่วันที่ผ่านมา เมสซี โพสต์ไอจีเป็นรูปเขากลับไปเยือน คัมป์ นู อีกครั้งแบบเงียบ ๆ ซึ่งทั้งทีมงานและเพื่อนเก่าที่ บาร์ซา ไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาก่อน โดยทิ้งท้ายว่า “เขาหวังจะได้กลับมาที่นี่ เพื่ออำลาแฟนบอลอีกครั้งในฐานะนักเตะอย่างที่เขาไม่เคยได้ทำ”

    “ผมดีใจมี่เห็นเมสซีกลับไปที่คัมป์ นู แต่ไม่เลย, เราไม่รู้มาก่อนว่าเขาจะมา เรารักเขา ที่นี่คือบ้านของเขา และเขารู้ข้อนั้นดี ผมคิดว่าเขาคู่ควรกับการอำลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่ออาชีพการค้าแข้งของเขาสิ้นสุด” ลาปอร์ต้า เผย

    “เราจุผู้ชมได้มากกว่า 105,000 คน ดังนั้นเราอยากเห็นเขากลับมาลงล่นในสนาม  เรากำลังเดินเรื่องนั้น และทำให้มั่นใจว่ามันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่โลกฟุตบอลเคยเห็น เราอยากมอบการอำลากับ เลโอ ให้คู่ควรอย่างที่เขาสมควรได้รับ”

    แม้จะพูดถึงเผยการจัดพิธีอำลาเมื่อ เมสซี แขวนสตั๊ด แต่ ลาปอร์ต้า ยืนยันว่าการกลับมาคัมป์ นูมาจะไม่เกิดขึ้นในระหว่างที่เขายังเป็นนักฟุตบอลอาชีพอยู่ โดยปัจจุบัน เมสซี เพิ่งต่อสัญญาใหม่กับ อินเตอร์ ไมอามี จนถึงปี 2028

    “มันไม่ใช่วิธีที่เราทุกคนต้องการ ทุกสิ่งดำเนินไปตามที่มันเป็นไป หากบางเรื่อง การอำลาสามารถช่วยลบล้างสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์แบบได้ มันเป็นสิ่งที่จำเป็น มันคงเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม แต่การคาดเดาเรื่องที่เขาจะกลับมาในฐานะนักเตะมันคงไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสม” เพิ่มระดับประสบการณ์เดิมพันฟุตบอล? เริ่มต้นกับ UFA007 ที่ให้ค่าน้ำดีที่สุด คลิกเลย!

  • ธนวัชร รับสภาพ ราชบุรี แทบไม่เหลือแรงสู้ บุรีรัมย์

    ใส่สุดจนหมดไปแล้ว! ธนวัชร รับสภาพ ราชบุรี แทบไม่เหลือแรงสู้ บุรีรัมย์

    ธนวัชร นิติกาญจนา ประธานสโมสรราชบุรี เอฟซี ยอมรับ นักเตะอ่อนล้าสะสมจนเรี่ยวแรงถดถอยในเกมแพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-2 ในศึกไทยลีก 2025/26 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

    ‘ราชันมังกร’ เจอเกมใหญ่ในสัปดาห์ก่อนหน้านี้เสมอ บีจี ปทุมฯ ในลีก ก่อนจะทำศึกชี้ชะตาเข้ารอบกับ นัม ดินห์ เอฟซี ในเกม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ทู เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และเป็นฝ่ายเอาชนะไป 2-0 ได้ไปต่อในรอบถัดไป แต่ได้พักเพียงก่อนไปเยือน ‘ปราสาทสายฟ้า’

    ตลอดทั้งเกมรูปเกมของ ราชบุรี เป็นรองชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของสภาพร่างกายที่อ่อนล้า ซึ่งครึ่งแรกครองบอลเพียง 38.1 % มีโอกาสยิงเพียงครั้งเดียว แถมยังยิงไม่ตรงกรอบ ส่วนสถิติโอกาสยิงตลอดเกมคือ 7 ครั้ง ตรงกรอบหนเดียว

    “จบละ 3 บิ๊กแมตช์ใน 1 สัปดาห์ ผมต้องขอขอบคุณนักกีฬาทีมงานและแฟนบอลทุกคนนะครับที่ช่วยกันสู้ผ่าน 3เกมนี้มาได้”

    “ปีนี้เกมกลางสัปดาห์เราไม่เหมือนปีที่ผ่านๆมา เมื่อก่อนกลางสัปดาห์เราเล่นแค่บอลถ้วยในประเทศ ความเข้มข้นเทียบกันไม่ได้กับเอซีแอล2 บวกกับสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มด้วยเกมหัวตารางกับบีจี ตามมาด้วยเกมตัดสินชีวิตกับนัมดินห์ ปิดท้ายด้วยเยือนบุรีรัมย์”

    “ผู้เล่นเราไม่ได้มีให้โรเตชั่นมากนัก พอเข้าเกมที่ 3 ก็จะเห็นว่าเริ่มมีอาการล้า แต่หลายๆคนก็ได้แสดงให้เห็นว่าเค้าพยายามอย่างเต็มที่แล้ว”

    “สปีดเกมที่ทีมเราเล่นในปีนี้สูงมาก แต่ละเกมนักเตะต้องใช้พลังงานมหาศาล ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ฟุตบอลทุกทีมควรเล่น สังเกตได้ที่เห็นนักเตะเจ็บกันเยอะๆ ก็เพราะบางคนล้าสะสมหรือกล้ามเนื้อไม่พร้อมสำหรับเกมส์ระดับนี้”

    “ขณะเดียวกันทีมที่เราเจอก็เล่นในความเข้มข้นสูงเช่นกันทั้งบีจี นัมดินห์และบุรีรัมย์ ทำให้อาทิตย์ที่ผ่านใช้พลังงานหนักจริง เจสซี่ ล่าสุดเติมไม่ไหว ซิดเคลย์ก็ใส่กับนัมดินห์จนหมด นี่ก็จะเป็นอีกบทเรียนให้เรารู้ว่าบรรดาบิ๊กทีมทั้งหลายทำไมเค้าถึงได้ต้องมีผู้เล่นระดับท็อปเต็มม้านั่งสำรอง (ฝันว่าเราจะมีงบประมาณแบบเค้า ก็ต้องรอให้แฟนบอลเข้าเต็มสนาม)”

    “มาเถอะครับผลงานแบบนี้ ปีนี้มีถึง 5 ทีมที่แย่งพื้นที่ท็อปทรี แค่เราได้มีส่วนร่วมผสมโรงอยู่ในกลุ่มนี้มันก็สุดๆแล้ว วันศุกร์นี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญสำหรับพวกเรา มาช่วยกันเปิดบ้านรับ สุโขทัย เอฟซี”

    “อีก 18 เกมต่อจากนี้ สำคัญทุกเกมสู้ไปด้วยกัน จะจบที่ไหนท้ายฤดูกาลให้เรารู้แค่ว่านักกีฬาและแฟนบอลพวกเราได้ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว”

    เพิ่มระดับประสบการณ์เดิมพันฟุตบอล? เริ่มต้นกับ UFA007 ที่ให้ค่าน้ำดีที่สุด คลิกเลย!

  • เดลี่เมลแฉ “เมนู” ปักหมุดนาโปลีเป็นจุดหมายใหม่

    เดลี่ เมล สื่อชื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า ค็อบบี้ เมนู กองกลางดาวรุ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ตัดสินใจเลือก นาโปลี เป็นปลายทางถัดไป หากได้รับโอกาสย้ายทีมในตลาดซื้อขายที่กำลังจะมาถึง

    อนาคตของมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษวัย 20 ปี ถูกตั้งคำถามมาตลอดช่วงหลัง หลังตกเป็นตัวสำรองภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อาโมริม จนทำให้กระแสข่าวย้ายทีมเริ่มรุนแรงตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และยังคงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

    หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ เมนู พิจารณาการย้ายทีมอย่างจริงจังคือ ฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะมาถึง โดยเจ้าตัวต้องการโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาตำแหน่งในทีมชาติอังกฤษ ภายใต้การทำทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล ซึ่งเคยแสดงจุดยืนชัดเจนว่า นักเตะที่จะมีชื่อติดทีมต้องลงเล่นต่อเนื่องในระดับสโมสร

    ก่อนหน้านี้มีรายงานว่ามีสโมสรอย่างน้อย 12 ทีมจากทั่วยุโรปที่จับตาสถานการณ์ของ เมนู และพร้อมยื่นข้อเสนอทันที หาก แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดไฟเขียวให้ย้ายได้ โดยล่าสุด เดลี่ เมล ระบุว่า ตัวนักเตะได้เลือก นาโปลี เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งแล้ว

    ด้าน โจวานนี่ มานน่า ผู้อำนวยการกีฬาของ นาโปลี เคยออกมาพูดถึงความเชื่อมโยงกับ เมนู เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า
    “เขาเป็นนักเตะที่มีข่าวกับนาโปลีมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอายุ ศักยภาพ และโอกาสในการพัฒนา”

    “อย่างไรก็ตาม ทีมของเรากำลังทำผลงานได้ดีและมีความแข็งแกร่งมากขึ้น แม้จะขาดผู้เล่นหลายคนจากอาการบาดเจ็บ แต่ทุกคนจะกลับมาอย่างมุ่งมั่น เราจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจขั้นต่อไป”

    ทั้งนี้ หากการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง เมนู อาจได้โอกาสลงสนามสม่ำเสมอมากขึ้นในกัลโช่ เซเรีย อา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญต่อเส้นทางอาชีพและเป้าหมายในระดับทีมชาติของเจ้าตัว

    ติดตามข่าวย้ายทีม นักเตะดาวรุ่ง และบทวิเคราะห์ฟุตบอลจากลีกดังทั่วโลกแบบเจาะลึกได้ที่ ufa007 แหล่งรวมข้อมูลลูกหนังที่อัปเดตก่อนใคร

    หากไม่อยากพลาดทุกความเคลื่อนไหวของวงการฟุตบอล ข่าวด่วน ข่าวย้ายทีม และบทวิเคราะห์คุณภาพ ติดตามเราได้ที่ www.saxmansoftware.com เว็บไซต์ข่าวกีฬาที่แฟนบอลไว้วางใจ

  • ปืนตัดใจปล่อย “เฮฟเว่น” เหตุมั่นใจดาวรุ่ง “แซลมอน” ขึ้นแทนได้

    สื่อดังของอังกฤษอย่าง เดลี่ เมล เปิดเผยเบื้องหลังการตัดสินใจของ อาร์เซน่อล ที่ยอมปล่อย อายเด้น เฮฟเว่น เซ็นเตอร์แบ็กดาวรุ่งออกจากทีม เนื่องจากสโมสรมองเห็นศักยภาพของแนวรับเยาวชนอีกรายอย่าง มาร์ลี แซลมอน ซึ่งถูกประเมินว่าสามารถก้าวขึ้นมาทดแทนได้ในระยะยาว

    เฮฟเว่น วัย 19 ปี ถือเป็นหนึ่งในกองหลังอนาคตไกลจากอะคาเดมี่ “ปืนใหญ่” เคยได้รับคำชื่นชมอย่างมากทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติอังกฤษชุดเยาวชนหลายช่วงอายุ ก่อนจะได้โอกาสประเดิมทีมชุดใหญ่เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2024

    อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของ อาร์เซน่อล ในการปล่อยตัวเขาให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญาระยะยาว 5 ปีครึ่ง พร้อมอ็อปชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปี กลับสร้างความประหลาดใจให้แฟนบอลไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเป็นการย้ายไปยังคู่แข่งร่วมลีกโดยตรง

    รายงานระบุว่า หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือความเชื่อมั่นของ มิเกล อาร์เตต้า และทีมงาน ที่มองเห็นพัฒนาการของ มาร์ลี แซลมอน ดาวรุ่งวัยเพียง 16 ปีจากอะคาเดมี่ ซึ่งถูกประเมินว่ามีศักยภาพไม่ด้อยไปกว่าเฮฟเว่น และสามารถพัฒนาเป็นกำลังหลักในอนาคตได้

    แซลมอน เพิ่งมีอายุครบ 16 ปีเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่กลับสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่อาร์เซน่อลบุกชนะ คลับ บรูช 3-0 โดยลงเล่นเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกม ส่งผลให้เขากลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับ 4 ที่ได้ลงสนามให้สโมสร และเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้ทีมในเกมยุโรป

    ด้าน อาร์เตต้า ออกมาอธิบายถึงการตัดสินใจส่งดาวรุ่งรายนี้ลงสนามว่าเป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบ
    “เรากำลังเจอกับทีมที่แข็งแกร่งมากในแชมเปี้ยนส์ ลีก และเล่นในบ้านได้ดี แต่เรารู้ว่ามีบางจังหวะที่เราจำเป็นต้องใช้เขา”

    “เขาเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี สามารถเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์แบ็กและแบ็กซ้าย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผมชอบมาก เขายังเด็กมาก แต่ได้สัมผัสเกมระดับนี้แล้ว มันเป็นค่ำคืนที่ยอดเยี่ยมสำหรับเขา”

    การผลักดันดาวรุ่งอย่าง แซลมอน ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้อาร์เซน่อลกล้าปล่อย เฮฟเว่น ออกไป และยังสะท้อนถึงแนวทางการสร้างทีมระยะยาวของสโมสรที่ยังคงเน้นการพัฒนาเยาวชนควบคู่กับความสำเร็จในสนาม

    แฟนบอลที่ติดตามข่าวย้ายทีมและบทวิเคราะห์ลูกหนังแบบเจาะลึก สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและอัปเดตทุกความเคลื่อนไหวของวงการฟุตบอลได้ที่ ufa007

    หากไม่อยากพลาดข่าวฟุตบอลรอบโลก บทวิเคราะห์เชิงลึก และความเคลื่อนไหวของทีมดังแบบครบถ้วน ติดตามเราได้ที่ www.saxmansoftware.com แหล่งรวมข่าวกีฬาที่คัดสรรมาเพื่อแฟนบอลตัวจริง

  • ทำเนียบแชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพ/ UCL ตั้งแต่ฤดูกาล 1956-2025

    เจ้ายุโรป! ทำเนียบแชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพ/ UCL ตั้งแต่ฤดูกาล 1956-2025

    โกล พาทุกท่านย้อนชมบัลลังก์เจ้ายุโรปนับตั้งแต่ฤดูกาล 1956-2025 ทีมใดครองแชมป์ปีไหนบ้าง ไปชมกันเลย

    ศึกฟุตบอลระดับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปเริ่มขึ้นตั้งแต่ฤดูกาล 1955/56 ภายใต้ชื่อเดิมว่า ยูโรเปี้ยน คัพ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จนถึงปัจจุบัน 

    ที่ผ่านมามีสโมสรเคยสัมผัสถ้วยแชมป์รายการนี้มาแล้วบ้าง หรือทีมใดที่ต้องอกหักในรอบชิงชนะเลิศมากที่สุด เรารวบรวมข้อมูลมาให้ท่านแล้ว

    ทำเนียบแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ/ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

    ฤดูกาลแชมป์สกอร์รองแชมป์สนามผู้ชม
    1955–56เรอัล มาดริด4–3แร็งส์ปาร์ก เดส์ แพร็งส์, ปารีส38,239
    1956–57เรอัล มาดริด2–0ฟิออเรนตินาซานติอาโก้ เบร์นาเบว, มาดริด124,000
    1957–58เรอัล มาดริด3–2 (ต่อเวลา)เอซี มิลานเฮย์เซล สเตเดียม, บรัสเซลส์67,000
    1958–59เรอัล มาดริด2–0แร็งส์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อารีนา, สตุ๊ตการ์ต72,000
    1959–60เรอัล มาดริด7–3แฟรงค์เฟิร์ตแฮมป์เดน ปาร์ค, กลาสโกว์127,621
    1960–61เบนฟิก้า3–2บาร์เซโลนาวังค์ดอร์ฟ สเตเดี้ยม, เบิร์น26,732
    1961–62เบนฟิก้า5–3เรอัล มาดริดโอลิมปิค สเตเดี้ยม, อัมสเตอร์ดัม61,257
    1962–63เอซี มิลาน2–1เบนฟิก้าเวมบลีย์, ลอนดอน45,715
    1963–64อินเตอร์ มิลาน3–1เรอัล มาดริดพราเตอร์ สเตเดี้ยม, เวียนนา71,333
    1964–65อินเตอร์ มิลาน1–0เบนฟิก้าซาน ซิโร, มิลาน89,000
    1965–66เรอัล มาดริด2–1ปาร์ติซานเฮย์เซล สเตเดียม, บรัสเซลส์46,745
    1966–67เซลติก2–1อินเตอร์ มิลานเอสตาดิโอ นาซิอองนาล, ลิสบอน45,000
    1967–68แมนฯ ยูไนเต็ด4–1 (ต่อเวลา)เบนฟิก้าเวมบลีย์, ลอนดอน92,225
    1968–69เอซี มิลาน4–1อาแย็กซ์ซานติอาโก้ เบร์นาเบว, มาดริด31,782
    1969–70เฟเยนูร์ด2–1 (ต่อเวลา)เซลติกซาน ซิโร, มิลาน53,187
    1970–71อาแย็กซ์2–0พานาธิไนกอสเวมบลีย์, ลอนดอน83,179
    1971–72อาแย็กซ์2–0อินเตอร์ มิลานเดอ เกยป์, ร็อตเตอร์ดัม61,354
    1972–73อาแย็กซ์1–0ยูเวนตุสเรด สตาร์ สเตเดี้ยม, เบลเกรด89,484
    1973–74บาเยิรน มิวนิค4–0แอตเลติโก มาดริดเฮย์เซล สเตเดียม, บรัสเซลส์23,325
    นัดแรกเสมอกันช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-1, นัดแข่งใหม่ บาเยิร์นชนะ 4-0
    1974–75บาเยิร์น มิวนิค2–0ลีดส์ ยูไนเต็ดปาร์ก เดส์ แพร็งส์, ปารีส48,374
    1975–76บาเยิร์น มิวนิค1–0แซงต์ เอเตียงแฮมป์เดน ปาร์ค, กลาสโกว์54,864
    1976–77ลิเวอร์พูล3–1โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัคโอลิมปิค สเตเดี้ยม, โรม57,000
    1977–78ลิเวอร์พูล1–0คลับ บรูชเวมบลีย์, ลอนดอน92,500
    1978–79น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์1–0มัลโมโอลิมปิค สเตเดี้ยม, มิวนิค57,500
    1979–80น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์1–0ฮัมบูร์กซานติอาโก้ เบร์นาเบว, มาดริด51,000
    1980–81ลิเวอร์พูล1–0เรอัล มาดริดปาร์ก เดส์ แพร็งส์, ปารีส48,360
    1981–82แอสตัน วิลลา1–0บาเยิร์น มิวนิคเดอ เกยป์, ร็อตเตอร์ดัม46,000
    1982–83ฮัมบูร์ก1–0ยูเวนตุสโอลิมปิค สเตเดี้ยม, เอเธนส์73,500
    1983–84ลิเวอร์พูล1–1โรมาโอลิมปิค สเตเดี้ยม, โรม69,693
    ลิเวอร์พูลชนะจุดโทษ 4-2
    1984–85ยูเวนตุส1–0ลิเวอร์พูลเฮย์เซล สเตเดียม, บรัสเซลส์58,000
    1985–86สเตอัว บูคาเรสต์0–0บาร์เซโลนารามอน ซานเชซ ปิซฆวน, เซบีญา70,000
    สเตอัวชนะจุดโทษ 2-0
    1986–87ปอร์โต้2–1บาเยิร์น มิวนิคพราเตอร์ สเตเดี้ยม, เวียนนา57,500
    1987–88พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน0–0เบนฟิก้าเมอร์เซเดส เบนซ์ อารีนา, สตุ๊ดการ์ต68,000
    พีเอสวี ชนะจุดโทษ 6-5
    1988–89เอซี มิลาน4–0สเตอัว บูคาเรสต์คัมป์นู, บาร์เซโลนา97,000
    1989–90เอซี มิลาน1–0เบนฟิก้าพราเตอร์ สเตเดี้ยม, เวียนนา57.558
    1990–91เร้ดสตาร์ เบลเกรด0–0โอลิมปิค มาร์กเซยสตาดิโอ ซาน นิโกลา, บารี56,000
    เร้ดสตาร์ชนะจุดโทษ 5-3
    1991–92บาร์เซโลนา1–0 (ต่อเวลา)ซามพ์โดเรียเวมบลีย์, ลอนดอน70,827
    1992–93โอลิมปิค มาร์กเซย1–0เอซี มิลานโอลิมปิค สเตเดี้ยม, มิวนิค64,400
    1993–94เอซี มิลาน4–0บาร์เซโลนาโอลิมปิค สเตเดี้ยม, เอเธนส์70,000
    1994–95อาแย็กซ์1–0เอซี มิลานแอร์นส์ท-ฮัปเปิ้ล-สตาดิโอน, เวียนนา49,730
    1995–96ยูเวนตุส1–1อาแย็กซ์โอลิมปิค สเตเดี้ยม, โรม70,000
    ยูเวนตุส ชนะจุดโทษ 4-2
    1996–97โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์3–1ยูเวนตุสโอลิมปิค สเตเดี้ยม, มิวนิค59,000
    1997–98เรอัล มาดริด1–0ยูเวนตุสอัมสเตอร์ดัม อารีนา, อัมสเตอร์ดัม48,500
    1998–99แมนฯ ยูไนเต็ด2–1บาเยิร์น มิวนิคคัมป์นู, บาร์เซโลนา90,245
    1999–2000เรอัล มาดริด3–0บาเลนเซียสต๊าด เดอ ฟร้องซ์, ปารีส80,000
    2000–01บาเยิร์น มิวนิค1–1บาเลนเซียซาน ซิโร, มิลาน71,500
    บาเยิร์น ชนะจุดโทษ 5-4
    2001–02เรอัล มาดริด2–1ไบเออร์ เลเวอร์คูเซนแฮมป์เดน ปาร์ค, กลาสโกว์50,499
    2002–03เอซี มิลาน0–0ยูเวนตุสโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด, แมนเชสเตอร์62,315
    เอซี มิลาน ชนะจุดโทษ 3-2
    2003–04ปอร์โต้3–0โมนาโกเฟลตินส์ อารีนา, เกลเซนเคียร์เชน53,053
    2004–05ลิเวอร์พูล3–3เอซี มิลานอตาเติร์ก โอลิมปิก สเตเดี้ยม, อิสตันบูล69,000
    ลิเวอร์พูล ชนะจุดโทษ 3-2
    2005–06บาร์เซโลนา2–1อาร์เซนอลสต๊าด เดอ ฟร้องซ์, ปารีส79,610
    2006–07เอซี มิลาน2–1ลิเวอร์พูลโอลิมปิค สเตเดี้ยม, เอเธนส์63,000
    2007–08แมนฯ ยูไนเต็ด1–1เชลซีลุซนิกิ สเตเดี้ยม, มอสโก67,310
    แมนฯยูไนเต็ด ชนะจุดโทษ 6-5
    2008–09บาร์เซโลนา2–0แมนฯ ยูไนเต็ดโอลิมปิค สเตเดี้ยม, โรม62,467
    2009–10อินเตอร์ มิลาน2–0บาเยิร์น มิวนิคซานติอาโก้ เบร์นาเบว, มาดริด73,490
    2010–11บาร์เซโลนา3–1แมนฯ ยูไนเต็ดเวมบลีย์, ลอนดอน87,695
    2011–12เชลซี1-1บาเยิร์น มิวนิคอลิอันซ์ อารีนา, มิวนิค62,500
    เชลซี ชนะจุดโทษ 4-3
    2012-13บาเยิร์น มิวนิค2-1โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์เวมบลีย์, ลอนดอน86,298
    2013-14เรอัล มาดริด4-1 (ต่อเวลา)แอตเลติโก มาดริดเอสตาดิโอ ดา ลุซ, ลิสบอน60,976
    2014-15บาร์เซโลนา3-1ยูเวนตุสโอลิมปิค สเตเดี้ยม, เบอร์ลิน70,442 
    2015-16เรอัล มาดริด1-1แอตเลติโก มาดริดซาน ซิโร, มิลาน71,942
    เรอัล มาดริด ชนะจุดโทษ 5-3
    2016-17เรอัล มาดริด 4-1ยูเวนตุสมิลเลนเนียม สเตเดี้ยม, คาร์ดิฟฟ์ 65,842
    2017-18เรอัล มาดริด3-1ลิเวอร์พูลโอลิมปิสกี สเตเดี้ยม, เคียฟ61,561
    2018-19ลิเวอร์พูล2-0ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน, มาดริด63,272
    2019-20บาเยิร์น มิวนิค1-0ปารีส แซงต์-แชร์กแมงเอสตาดิโอ ดา ลุซ, ลิสบอน0(แข่งสนามปิด เนื่องจาก โควิด-19 ระบาด)
    2020-21เชลซี1-0แมนเชสเตอร์ ซิตี้เอสตาดิโอ โด ดราเกา, ปอร์โต้14,110
    2021-22เรอัล มาดริด1-0ลิเวอร์พูลสต๊าด เดอ ฟรองซ์, ปารีส75,000
    2022-23แมนเชสเตอร์ ซิตี้1-0อินเตอร์ มิลานอตาเติร์ก โอลิมปิก สเตเดี้ยม, อิสตันบูล71,412
    2023-24เรอัล มาดริด2-0โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์เวมบลีย์, ลอนดอน86,212
    2024-25ปารีส แซงต์-แชร์กแมง5-0อินเตอร์ มิลานอลิอันซ์ อารีนา, มิวนิค64,327

    ทีมใดเป็นแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ / UCL มากที่สุด?

    ZINEDINE ZIDANE CHAMPIONS LEAGUE WINNERGetty

    การครองบัลลังก์จ้าวยุโรปของ เรอัล มาดริด ยังไม่สั่นคลอนง่าย ๆ เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์ได้ 3 สมัยติดต่อกันในช่วงปี 2016-2018 บวกกับสมัยล่าสุดในปี 2024 ทำให้ยอดรวมการคว้าแชมป์เพิ่มขึ้นเป็น 15 สมัย

    คู่แข่งที่ใกล้เคียงพวกเขาที่สุดคือ เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลีที่ตามมาห่าง ๆ 7 สมัย ขณะที่อันดับ 3 คือ ลิเวอร์พูล และ บาเยิร์น มิวนิค ที่ทำไปแล้ว 6 สมัยเท่ากัน

    สโมสรแชมป์รองแชมป์ฤดูกาลได้แชมป์ฤดูกาลรองแชมป์
    เรอัล มาดริด1531956, 1957, 1958, 1959, 1960, 1966, 1998, 2000, 2002, 2014, 2016, 2017, 2018, 2022, 20241962, 1964, 1981
    เอซี มิลาน741963, 1969, 1989, 1990, 1994, 2003, 20071958, 1993, 1995, 2005
    บาเยิร์น มิวนิค651974, 1975, 1976, 2001, 2013, 20201982, 1987, 1999, 2010, 2012 
    ลิเวอร์พูล641977, 1978, 1981, 1984, 2005, 20191985, 2007, 2018, 2022
    บาร์เซโลนา531992, 2006, 2009, 2011, 20151961, 1986, 1994
    อาแย็กซ์421971, 1972, 1973, 19951969, 1996
    อินเตอร์ มิลาน341964, 1965, 20101967, 1972, 2023, 2025
    แมนฯ ยูไนเต็ด321968, 1999, 20082009, 2011
    ยูเวนตุส271985, 19961973, 1983, 1997, 1998, 2003, 2015, 2017
    เบนฟิก้า251961, 19621963, 1965, 1968, 1988, 1990
    เชลซี212012, 20212008
    น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 201979, 1980
    ปอร์โต้201987, 2004
    โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์1 219972013, 2024
    เซลติก1119671970
    ฮัมบูร์ก1119831980
    สเตอัว บูคาเรสต์1119861989
    โอลิมปิค มาร์กเซย1119931991
    แมนฯ ซิตี้1120232021
    เปแอสเช1120252020
    เฟเยนูร์ด101970
    แอสตัน วิลลา101982
    พีเอสวี101988
    เรด สตาร์ เบลเกรด101991
    แอตฯ มาดริด031974, 2014, 2016
    แร็งส์021956, 1959
    บาเลนเซีย022000, 2001
    ฟิออเรนตินา011957
    แฟรงค์เฟิร์ต011960
    ปาร์ติซาน011966
    พานาธิไนกอส011971
    ลีดส์011975
    แซงต์ เอเตียง011976
    มึนเชนกลัดบัค011977
    คลับ บรูช011978
    มัลโม011979
    โรมา011984
    ซามพ์โดเรีย011992
    เลเวอร์คูเซน012002
    โมนาโก012004
    อาร์เซนอล012006
    สเปอร์ส012019

    พร้อมลุยความสนุกแบบครบวงจรหรือยัง? คลิกเลยที่ Ufa007 เพื่อเริ่มประสบการณ์เดิมพันระดับพรีเมียม!

  • เอเมรี่ย้ำชัด – วิลล่าไม่ซื้อขาดฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์หลังจบฤดูกาล

    อูไน เอเมรี่ ผู้จัดการทีมแอสตัน วิลล่า ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าทีมจะไม่ใช้ออปชั่นซื้อขาด ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งที่ยืมมาจากลิเวอร์พูล หลังดาวเตะวัย 22 ปีไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ตามมาตรฐานที่สโมสรตั้งไว้

    เอลเลียตต์ตัดสินใจย้ายออกจากแอนฟิลด์แบบยืมตัวในซีซั่นนี้เพื่อโอกาสลงสนามที่มากขึ้น หลังฤดูกาลก่อนต้องนั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่กับลิเวอร์พูล แต่สถานการณ์ในถิ่นวิลล่า พาร์คกลับไม่เป็นไปอย่างที่หวัง เมื่อเขาได้รับโอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเพียง 3 นัด รวมทุกรายการเพียง 5 นัดเท่านั้น

    เอเมรี่เปิดเผยว่า เรื่องนี้มาจาก “ผลงานในสนาม” ที่ยังไม่ดีพอ แต่ยืนยันจะพยายามหาทางให้เอลเลียตต์ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องมากขึ้น แม้สุดท้ายวิลล่าจะไม่เซ็นสัญญาถาวรอย่างแน่นอน

    เอเมรี่กล่าวว่า
    “เราหวังว่าจะช่วยให้เขามีโอกาสลงสนามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกับเราหรือกับสโมสรอื่น แต่ชัดเจนว่าเขาจะไม่ถูกซื้อขาดหลังจบฤดูกาล”

    สถานการณ์ของเอลเลียตต์อาจมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงตลาดเดือนมกราคม หากลิเวอร์พูลสูญเสีย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งกำลังมีปัญหากับสโมสร ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าแข้งวัย 22 ปีอาจถูกเรียกตัวกลับไปช่วยทีมทันที

    อัปเดตข่าวฟุตบอลแบบเรียลไทม์ พร้อมวิเคราะห์ก่อนเกมแบบจัดเต็ม คลิกดูเพิ่มเติมได้ที่ ufa007

    ข่าวฟุตบอลทุกลีกใหญ่ อัปเดตไว วิเคราะห์แม่น เข้าใจง่าย ติดตามต่อได้ที่ www.saxmansoftware.com

  • ผีเดินหน้าแผนคว้ารามอส – สื่อสเปนเผยเจรจามาหลายสัปดาห์

    สื่อดังจากสเปน Cadena SER รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เดินหน้าแผนดึงตัว เซร์คิโอ รามอส อดีตกองหลังระดับตำนานของเรอัล มาดริด มาเสริมทีมแบบจริงจังมาหลายสัปดาห์แล้ว หลังแข้งวัย 39 ปีเตรียมแยกทางกับ มอนเตร์เรย์ เมื่อสัญญาสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคมนี้

    รามอสย้ายไปค้าแข้งในเม็กซิโกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังหมดสัญญากับเซบีย่า โดยเลือกใส่เสื้อหมายเลข 93 ซึ่งสื่อถึงประตูตีเสมอในนาทีที่ 93 ในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2014 ที่พามาดริดกลับมาคว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่

    แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่รามอสยังคงยืนยันชัดเจนว่าเขาไม่คิดแขวนสตั๊ด ทำให้หลายสโมสรในยุโรปจับตามองสถานการณ์ของเขาอย่างใกล้ชิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือแมนฯ ยูไนเต็ด ของ รูเบน อาโมริม ที่กำลังเผชิญปัญหาแนวรับอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งกุนซือ

    รายงานระบุว่า “ปีศาจแดง” เชื่อว่าประสบการณ์และความเป็นผู้นำระดับสูงของรามอส จะช่วยยกระดับเกมรับและสร้างความมั่นคงให้ทีมได้ ขณะเดียวกันยังถือเป็นดีลที่ต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับคุณภาพของผู้เล่น

    รามอสได้โพสต์ข้อความอำลา มอนเตร์เรย์ ผ่านโซเชียลมีเดียว่า
    “การบอกลาไม่เคยง่ายเลย ช่วงเวลาที่เริ่มต้นด้วยความตื่นเต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ได้จบลงแล้ว การได้สัมผัสประเทศใหม่ เมืองใหม่ ฟุตบอลใหม่ รวมถึงได้พบเพื่อนใหม่ ๆ คือประสบการณ์ล้ำค่าที่จะอยู่ในใจผมเสมอ ผมทุ่มเททุกอย่างทั้งในและนอกสนามเพื่อทำผลงานให้ดีที่สุด และจะจดจำช่วงเวลานี้ด้วยความรู้สึกที่ดี”

    การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ดจับตามองอย่างหนักว่า รามอส อาจกลับคืนสู่ยุโรปในฐานะผู้นำแนวรับคนใหม่ของทีมในไม่ช้านี้

    หากต้องการติดตามข้อมูลฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์ก่อนแข่งเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ ufa007 ไม่อยากพลาดข่าวด่วนฟุตบอลยุโรป ตลาดนักเตะ และบทวิเคราะห์เชิงลึก ติดตามได้ที่ www.saxmansoftware.com

  • ซีดาน อิกบาล คือใคร? ดาวดวงใหม่แมนฯ ยูฯ ที่กำลังเฉิดฉาย

    ซีดาน อิกบาล คือใคร? ดาวดวงใหม่แมนฯ ยูฯ ที่กำลังเฉิดฉายกับ เทน ฮาก

    ทำความรู้จักกับดาวรุ่งดีกรีทีมชาติอิรัก ซึ่งกำลังถูกจับตามองว่าจะแจ้งเกิดกับปีศาจแดงในยุคของ เอริค เทน ฮาก

    นี่คือหนึ่งในดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุด รวมถึงยังมีชื่อที่ไปพ้องกับตำนานดาวเตะระดับโลกอย่าง ซีเนดีน ซีดาน อีกด้วย

    “ซีดาน อิกบาล” ทำให้แฟนบอลปีศาจแดงต้องประหลาดใจ ด้วยลีลาการเล่นที่ยอดเยี่ยมเกินวัยเพียงแค่ 19 ปีของเขา ตลอดช่วงปรีซีซั่น 3 เกมที่ผ่านมา

    ด้วยทักษะที่โดดเด่น ถึงกับทำให้กุนซือคนใหม่อย่าง เอริค เทน ฮาก ถึงกับงงว่าทำไม อิกบาล ถึงยังไม่ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ให้เร็วกว่านี้

    เพราะว่า อิกบาล ซึ่งอยู่กับยูไนเต็ดมาตั้งแต่ 9 ขวบ เคยได้โอกาสลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พบกับยัง บอยส์ เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน

    หลังได้โอกาสประเดิมสนามให้ปีศาจแดง เขาก็ได้โอกาสมีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ต่อเนื่อง เมื่อมีชื่อเดินทางมาทัวร์ปรีซีซั่นกับทีมที่ประเทศไทยและออสเตรเลีย

    และยิ่งเมื่อได้ลงสนามในเกมแดงเดือดกับลิเวอร์พูล เขาก็ได้โชว์ให้เห็นถึงความสามารถอันยอดเยี่ยม โดยมีช็อตที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ที่เขาจัดการโยกหลอกหลบยอดกองกลางตัวรับของหงส์แดงอย่าง ฟาบินโญ จนเสียท่า

    นอกจากความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยมแล้ว อิกบาล ยังประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างเนียนตา ในการจับคู่เป็นมิดฟิลด์ตัวกลางร่วมกับเพื่อนร่วมรุ่นจากทีมเยาวชนอย่าง ชาร์ลี ซาเวจ

    ต่อมาในเกมอุ่นเครื่องกับเมลเบิร์น วิคตอรี เขาก็ได้สร้างช็อตที่กลายไปไวรัลอีกครั้ง เมื่อจัดการใช้ท่า “ซีดานเทิร์น” คลึงบอลหลบแนวรับคู่แข่งอย่างสวยงาม

    แต่นอกจากทักษะส่วนตัวที่โดดเด่นแล้ว อิกบาล ยังมีคุณสมบัติที่สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนกลางทั้งการทำเกมรุก รวมถึงยืนคุมเกมรับอีกด้วย

    ดาวรุ่งรายนี้เคยสร้างสรรค์ประตูที่ยอดเยี่ยมมากมายให้กับทีมเยาวชนของยูไนเต็ด ด้วยการแสดงฝีเท้าและทักษะในการเอาชนะกองหลังฝ่ายตรงข้ามเข้าไปทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอ

    ความกล้าเล่นของ อิกบาล ในขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้เขาแตกต่างจากบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นในทีมเยาวชน จนก้าวกระโดดมาสู่ทีมชุดใหญ่

    เขามีความมั่นใจที่จะเล่นกับบอล และสร้างทางเลือกแก่เพื่อนร่วมทีมเพื่อทำลายความกดดันและทำให้เกมเดินหน้าต่อไป ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของนักเตะในระดับสูง

    อีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญของ อิกบาล ก็คือสภาพจิตใจที่นิ่งเกินวัย และไม่มีแสดงอาการตื่นสนามเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่ต้องลงดวลกับบรรดานักเตะระดับชั้นนำของพรีเมียร์ลีก ในเกมกับลิเวอร์พูล

    เขาถูกส่งลงมาเป็นตัวสำงอในครึ่งหลัง และมักจะถูกตามประกบติดจากคู่แข่งอยู่เสมอ แต่ก็สามารถเอาตัวรอดได้อย่างยอดเยี่ยมแทบจะทุกครั้ง

    ขณะเดียวกัน ยังมีเครื่องยืนยันถึงอนาคตของเขาว่าอีกยาวไกลแน่นอน นั่นคือการที่ยูไนเต็ดเพิ่งจะจัดการต่อสัญญาใหม่ให้จนถึงปี 2025 พร้อมใส่เงื่อนไขขยายเพิ่มได้อีก 1 ปีไว้ด้วย

    นอกจากนี้ เขายังได้เซ็นสัญญาสวมใส่รองเท้าสตั๊ดของแบรนด์กีฬาดังอย่าง PUMA ซึ่งก็แบรนด์ที่ร่วมงานกับซูเปอร์สตาร์แห่งยุคนี้อย่าง เนย์มาร์ เลยทีเดียว

    ส่วนในระดับทีมชาติ แม้ว่า อิกบาล จะเกิดและเติบโตในเมืองแมนเชสเตอร์มาโดยตลอด แต่โดยสายเลือดแล้ว พ่อของเขาเป็นชาวปากีสถาน และแม่เป็นชาวอิรัก ทำให้เขาตัดสินใจเลือกให้อิรักซึ่งเป็นสัญชาติของฝั่งแม่ และก้าวไปติดทีมชาติอิรักชุดใหญ่เรียบร้อยแล้ว

    พร้อมลุยความสนุกแบบครบวงจรหรือยัง? คลิกเลยที่ Ufa007 เพื่อเริ่มประสบการณ์เดิมพันระดับพรีเมียม!

  • มาเรสก้าเผยสาเหตุจำใจเปลี่ยนโฟฟาน่าออก หลังเจ็บตาในเกมพ่ายอตาลันต้า

    เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือเชลซี ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนตัว เวสเล่ย์ โฟฟาน่า ระหว่างเกมบุกพ่ายอตาลันต้า 1-2 ในศึกลีก เฟส แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยระบุว่านักเตะมีอาการเจ็บตาและมองเห็นไม่ชัด ทำให้ไม่สามารถเสี่ยงให้เล่นต่อได้

    ในเกมดังกล่าว เชลซีนำก่อน 1-0 เมื่อจบครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังทีมเริ่มเสียทรง แม้มาเรสก้าจะเลือกส่งโฟฟาน่าลงแทนเทรโวห์ ชาโลบาห์ แต่จังหวะเกมกลับไม่ดีขึ้น และสุดท้ายโฟฟาน่าได้รับอาการเจ็บบริเวณดวงตาจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในนาที 76

    มาเรสก้าเผยว่าเหตุผลที่เลือกเปลี่ยนเป็น โทซิน อดาราบิโอโย่ แทนที่จะเป็น เอสเตเวา วิลเลี่ยน หรือ อันเดรย์ ซานโต๊ส เป็นเพราะต้องป้องกันความเสี่ยงก่อน หลังโฟฟาน่ามองเห็นไม่ชัดและไม่สามารถเล่นต่อได้อย่างปลอดภัย

    อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนตัวดังกล่าวไม่สามารถช่วยให้เชลซีต้านเกมบุกของอตาลันต้าได้ ส่งผลให้ทีมพ่ายและร่วงจากพื้นที่ท็อป 8 ซึ่งเป็นโซนการันตีเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยตอนนี้เหลือเพียง 2 นัดให้แก้ตัว

    เกมนี้ยังทำให้เชลซีเสียสถิติไร้พ่าย 41 นัดบนเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อเป็นฝ่ายนำในครึ่งแรก ซึ่งเคยทำไว้ตั้งแต่ปี 2013 ก่อนจะถูกอตาลันต้าหยุดสถิติดังกล่าวลง

    ต้องการอัปเดตราคาบอลสด วิเคราะห์ก่อนเกม และข้อมูลครบเครื่องสำหรับเดิมพัน คลิกที่นี่ ufabet

    อัปเดตข่าวกีฬาเร็ว แม่นยำ ครบทุกคู่ดัง ตารางบอล ผลแข่ง และบทวิเคราะห์ลึก ติดตามได้ที่ www.saxmansoftware.com

  • มาเรสก้าท้าชนทุกทีม! ลั่นเชลซีพร้อมสู้ศึกแย่งพื้นที่ท็อป 8 ชปล.

    เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมเชลซี ออกมาประกาศชัดว่าพร้อมเปิดศึกเต็มรูปแบบกับทุกทีมที่กำลังแย่งพื้นที่ท็อป 8 ของลีก เฟส แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยมั่นใจว่าคุณภาพนักเตะในทีมดีพอที่จะคว้าตั๋วรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้แบบไม่ต้องพึ่งโชค

    ในเกมล่าสุด เชลซีบุกพ่ายอตาลันต้า 1-2 ทำให้ร่วงลงไปรั้งอันดับ 11 ของตาราง และหลุดจากโซนการันตีเข้ารอบน็อคเอาต์ ส่งผลให้สองนัดสุดท้ายกับ ปาฟอส และ นาโปลี ในช่วงต้นปี 2026 กลายเป็นเกมสำคัญที่ต้องคว้าชัยให้ได้ทั้งคู่

    มาเรสก้ากล่าวหลังเกมว่า
    “ถ้าเราชนะทั้งสองนัด เราจะมี 16 คะแนน ซึ่งมีโอกาสจบในท็อป 8 ได้ แต่ผมก็ไม่การันตีเต็มร้อย อย่างไรก็ตาม หากต้องการเข้ารอบแบบไม่ต้องลุ้นในเพลย์ออฟ เราต้องคว้าชัยให้ได้ทั้งสองเกม”

    เขาย้ำว่าตอนนี้ทีมขอโฟกัสไปที่เกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ก่อน เพราะชัยชนะคือสิ่งที่ทีมต้องการเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมาโดยเร็วที่สุด

    เชลซีมีโปรแกรมเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของเอฟเวอร์ตันในวันเสาร์นี้ โดยราคาต่อรองเอเชียนแฮนดิแคปเปิดที่ครึ่งควบลูก-10 และสกอร์รวมที่สองลูกครึ่ง-10

    ต้องการอัปเดตราคาบอลแบบเรียลไทม์ พร้อมข้อมูลวิเคราะห์ก่อนเกม คลิกเข้าได้ที่ ufabet

    อัปเดตข่าวกีฬาเร็ว แม่นยำ ครบทุกลีกดังทั่วโลก ติดตามได้ที่ www.saxmansoftware.com